อาร์คแฮมเฮอเรอร์ (Arkham Horror LCG) การ์ดเกมแห่งความหลอน

อาร์คแฮมเฮอเรอร์ (Arkham Horror LCG) การ์ดเกมแห่งความหลอน

อาร์คแฮมเฮอเรอร์(Arkham Horror LCG board game) การ์ดเกมแห่งความหลอน เกมส์สำหรับผู้เล่นตั้งแต่ 1 - 2 คน (เหมาะที่สุดที่แนะนำคือ 2 คน) ใช้เวลาในการเล่น 2 ชั่วโมง ต่อเกม
RSS
Follow by Email
Facebook
Facebook
Google+
http://konglend.com/card-game/arkham-horror-lcg">

คะแนนรีวิวเกม อาร์คแฮมเฮอเรอร์(Arkham Horror LCG)

กติกาการเล่นเข้าใจง่าย (Easy to learn) C
เวลาในการ Setup เพื่อเริ่มเกม (Fast setting up) B
เล่นซ้ำหลายครั้ง (Replay value) C
การสื่อสารกันระหว่างผู้เล่น (Socialize) B
กลไกการเล่นและความลึกของเกม (Balance) C
บรรยากาศของเกมส์ (Theme) S
ความสวยงามและคุณภาพของงานตัวเกม (Production) C
ความสนุก (Fun) B

สรุปคะแนนรวม (Final Score) C+ (3.6)

เกมนี้ต้องใช้ภาษาอังกฤษระดับ : Advanced | ต้องใช้ความรู้ภาษาอังกฤษที่ดีในการเข้าใจกลไกการเล่น มีการอ่านเนื้อหาบางส่วน เช่นอ่านการ์ด เนื้อเรื่อง หรือคู่มือ

การ์ดเกม Arkham Horror LCG
การ์ดเกม Arkham Horror LCG

บางสิ่งบางอย่างที่ชั่วร้าย กำลังเคลื่อนไหวแผนการของมันอยู่อย่างเงียบๆในเมืองอาร์คแฮม และมีเพียงคุณเท่านั้นที่จะหยุดยั้งมันได้ ในเกมอาร์คแฮมเฮอเรอร์ ผู้เล่น 1 – 2 คน (หรือ 2 – 4 คน ถ้าใช้ 2 กล่อง) จะต้องสวมบทบาทเป็นหนึ่งในตัวละครในบทบาทต่างๆกัน ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าอาร์คแฮม พวกคุณจะต้องร่วมมือกันที่จะแก้ไขปริศนาและปัญหาต่างๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆในเมืองเงียบสงบแห่งนี้ การตัดสินใจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป อีกทั้งชะตากรรมต่างๆที่ตัวละครแต่ละตัวจะต้องเผชิญ ก็จะทำให้การ์ดและความสามารถของตัวละครเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการ์ณที่ได้เจอ

Arkham Horror LCG
Arkham Horror LCG

อาร์คแฮมเฮอร์เรอร์การ์ดเกม (Arkham Horror LCG) เป็นเกมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และยาวนานมากที่สุดเกมหนึ่ง มี Expansion ต่างๆมากมายเพิ่มเติมมาจากกล่องเกมหลักเรียกได้ว่าเป็นสิบๆกล่องแล้ว เกมหลักเองจะสามารถเล่นได้ทีละ 1 – 2 คน แต่สามารถซื้อเพิ่มอีกกล่องได้ เพื่อนำมาเล่นได้มากที่สุดพร้อมกันถึง 4 คน  เกมในกล่องหลักจะใช้เวลาเล่นประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง เป็นเกมที่ได้รับรางวัลมายาวเหยียดอีกเกมหนึ่งตามรายการด้านล่างครับ

2018 As d’Or – Jeu de l’Année Expert Nominee
2017 SXSW Tabletop Game of the Year Winner
2017 RPC Fantasy Award Board Game Winner
2017 International Gamers Award – General Strategy: Two-players Winner
2017 International Gamers Award – General Strategy: Two-players Nominee
2016 Golden Geek Board Game of the Year Nominee
2016 Golden Geek Best Thematic Board Game Nominee
2016 Golden Geek Best Solo Board Game Nominee
2016 Golden Geek Best Cooperative Game Nominee
2016 Golden Geek Best Card Game Winner
2016 Golden Geek Best Card Game Nominee
2016 Golden Geek Best Board Game Artwork & Presentation Nominee
2016 Golden Geek Best 2-Player Board Game Nominee

คำถามสำคัญเลยสำหรับเกมนี้ก็คือ เล่นซ้ำได้มั้ย และต้องอ่านภาษาอังกฤษดีแค่ได้ถึงจะเล่นได้ อันนี้ตอบตรงนี้ก่อนที่จะเลยไปสู่วิธีการเล่นเบื้องต้นและกติกาด้านล่าง คำถามแรก เล่นซ้ำได้มั้ย ตอบว่า เล่นได้ครับ แต่เล่นรอบแรกจะสนุกสุด รอบต่อๆมาจะรู้เนื้อเรื่องหมดแล้ว เล่นเหมื่อนกับเพื่อให้เอาชนะกลไกของเกม แต่จะไม่มีเซอร์ไพรส์ของเนื้อเรื่อง สรุปคือ ก็ยังพอเล่นได้  เรื่องที่สองต้องใช้ภาษาอังกฤษดีแค่ไหน ตอบว่า ต้องใช้ภาษาอังกฤษที่ดีมาก ควรจะเก่งภาษาอังกฤษทุกคน ไม่งั้นเล่นไม่สนุกครับ 

อุปกรณ์ที่มีในเกม

  1. เบี้ยชาโอส (Chaos tokens) จำนวน 44 ชิ้น
  2. เบี้ยเสียเลือด (Damage tokens) จำนวน 27 ชิ้น เป็นชิ้นละ 1 และชิ้นละ 3
  3. เบี้ยทรัพยากร (Resource tokens) 30 ชิ้น (รูปกล่อง)
  4. เบี้ยเงี่อนงำ/เบี้ยหายนะ (Clue/Doom token) เป็นเบี้ย 2 ด้าน สีขาวพื้นเขียว กับสีดำพื้นแดง
  5. เบี้ยเสียสติ (Horror tokens) 18 ชิ้น เป็นสีฟ้า รูปสมอง เป็นชิ้นละ 1 และ 3
  6. แผ่นการ์ดรายละเอียดตัวละคร 5 ตัว และเบี้ยตัวละคร 5 ชิ้น
  7. การ์ดของผู้เล่น 119 ใบ ประกอบด้วย การ์ดอ้างอิง (Reference), การ์ดสินทรัพย์ (Asset), การ์ดความสามารถ (Skill), การ์ดเหตุการ์ณ (Event), และการ์ดจุดอ่อน (Weakness)
  8. การ์ดเนื้อเรื่องทั้งหมด 110 ใบ ประกอบไปด้วย การ์ดเป้าหมาย (Agenda), การ์ดการดำเนินการ (Act), การ์ดสถานที่ (Location – มีสองด้าน), การ์ดศัตรู (Enemy), การ์ดภัยอันตราย (Treachery) และการ์ดอ้างอิง (Scenario reference)

การเซ็ตอัพเกม

เกมนี้จริงๆแล้วเซ็ตอัพเริ่มเกมค่อนข้างง่ายครับ มีแค่ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นเอง แต่คนเล่นใหม่ๆอาจจะสับสนบ้าง ก็ให้ทำคามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ

  • เลือกตัวละคร – ในกล่องหลังจะมีตัวละครมาให้ 5 ตัวละคร ให้หยิบการ์ดที่เป็นการ์ดตัวละครมาอ่านดู แล้วดูว่าชอบตัวใหน ก็เอาการ์ดตัวละครนั้นมาวางไว้หน้าตนเอง ถ้ามีกล่องเดียวก็เลือก 1 – 2 ตัวละคร แต่ถ้ามี 2 กล่อง ก็เล่นได้ 4 คน โดยแต่ละคนเลือกตัวละครของตนเองได้ ถ้าไม่เคยเล่นมาก่อน แนะนำให้ลองเล่นด้วย Roland Banks หรือไม่ก็ Wendy Adams ครับ
  • เลือกผู้เล่น 1 คน มาเป็นตัวละครหลัก แล้วให้ผู้เล่นคนนั้นถือคู่มือเล่ม Campaign guide ซึ่งจะต้องใช้ตลอดการเล่นเกม รวมทั้งถ้ามีการตัดสินใจที่ผู้เล่นตกลงกันไม่ได้ จะจบลงที่การให้ผู้เล่นตัวละครหลักเป็นผู้ตัดสิน
  • เซ็ตสำรับไพ่ของแต่ละตัวละคร – การเซ็ตสำรับไพ่ จะต้องเซ็ตตามที่กำหนดบนการ์ดของตัวละคร ซึ่งจะบอกว่า สำรับที่ใช้ของตัวละครนั้นจะมีจำนวนการ์ดได้กี่ใบ อนุญาติให้ใช้การ์ดประเภทใดบ้าง และมีการ์ดที่ต้องมีในสำรับการ์ดใดบ้าง อย่างเช่น Wendy Adams มีสำรับการ์ดจำนวน 30 ใบ สามารถใช้ Survivor cards level 0 – 5, Rogue cards level 0 – 2, Neural card level 0 – 5 และจะต้องมีการ์ด Wendy’s Amulet, Abandoned and Alone กับอีก 1 การ์ดที่เป็น Basic weakness การ์ดอะไรก็ได้ โดยการ์ดที่ต้องซึ่งเพิ่มขึ้นมานี้ ไม่ร่วมกับจำนวน 30 ใบแรก จากข้อมูลนี้ ผู้เล่นเลือกการ์ดตามชนิดที่กำหนดมาเป็นสำรับของตนเอง (Level จะเป็นจำนวนจุดขาวที่อยู่ไต้ตัวเลขมุมบนซ้ายของการ์ด) ถ้าเป็นสำรับที่เริ่มเกมเป็นครั้งแรก ห้ามใช้การ์ด Level อื่น นอกจาก Level 0 คือเฉพาะการ์ดที่ไม่มีจุดขาวเท่านั้น เมื่อจัดสำรับเสร็จแล้ว ให้สับไพ่ แล้ววางไว้หน้าผู้เล่น
  • นำเอาเบี้ยเสียเลือด (Damage token – สีแดง) เบี้ยเสียสติ (Horror tokens – สีน้ำเงิน) เบี้ยเงื่อนงำ/เบี้ยหายนะ (Clue/Doom token) และเบี้ยทรัพยากร (Resource token) มาวางไว้ไกล้ๆ
  • นำเบี้ยชาโอส (Chaos token) มาใส่ถุง ส่วนเบี้ยชาโอสที่ไม่ได้ใช้ ก็คืนลงกล่องไป การเลือกเบี้ยชาโอสมาใช้ให้ดูตามคู่มือ Campaign guide ซึ่งจะใส่เบี้ยชาโอสต่างกัน ขึ้นกับว่าจะเล่นเกมที่ระดับความยากง่ายระดับใด
  • แจกเบี้ยทรัพยากรให้ผู้เล่นคนละ 5 ชิ้น
  • ผู้เล่นแต่ละคน จั่วการ์ดจากสำรับของคนเอง มาคนละ 5 ใบ ถ้า 5 ใบที่จั่วมามีการ์ด Weakness อยู่ด้วย ก็ให้จั่วใหม่เฉพาะการ์ด Weakness จากนั้นสับสำรับไพ่ใหม่อีกครั้ง ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนการ์ดในมือกี่ใบก็ได้แล้วจั่วใหม่ ได้ 1 ครั้ง (ถ้าได้การ์ด Weakness ก็ให้เปลี่ยนได้ใหม่เหมือนเดิม)

เมื่อเซ็ตอัพเบื้องต้นเสร็จแล้ว ให้ผู้เล่นทำการเซ็ตอัพ Scenario ที่ต้องการเล่น โดยขั้นตอนของการเซ็ตอัพ จะต่างกันไปในแต่ละ Scenario สำหรับในกล่องหลักนี้ จะมีทั้งหมด 3 Scenarios ให้เลือกเล่น ให้ดูรายละเอียดขั้นตอนการเซ็ตอัพของ Scenario ที่ต้องการจาก Campaign guide แต่โดยทั่วไปแล้ว การเซ็ตอัพ Scenario ก็จะคล้ายๆกันทุกๆ Scenario สำหรับตัวอย่างของการเซ็ตอัพ Scenario แรกของภาคจะทำตามนี้

  • ให้ผู้เล่นตัวละครหลัก ที่ถือ Campaign Guide อ่านเนื้อเรื่องปูพื้นของ Scenario ที่เลือก ให้ผู้เล่นคนอื่นฟัง
  • จากนั้นต้องทำสำรับไพ่กองจั่วการ์ดเหตุการณ์ (ปกสีน้ำตาลลายดำ) โดยดูจาก Campaign guide ว่าให้ใช้การ์ดที่มีสัญลักษณ์อะไรบ้าง อย่างเช่นใน Scenario แรกของกล่องหลักที่ชื่อว่า The Gathering จะใช้การ์ดเหตุการณ์ที่มีสัญลักษณ์ตามรูป ก็หยิบการ์ดทั้งหมดที่มีสัญลักษณ์เหล่านี้ออกมา
  • เสร็จแล้วให้เซ็ตกองการ์ดเป้าหมาย (Agenda deck) โดยหาการ์ดที่มีเขียนว่า agenda ใน Scenario แรกที่ชื่อว่า The Gathering เราก็จะเอาการ์ดที่เป็น agenda ทั้งหมด ของ The Gathering มาเรียงกัน ให้ใบที่เป็น 1a อยู้บนสุด ตามมาด้วย 2a และต่อไปเรื่อยๆ จากนั้นให้ผู้เล่นแต่ละคนอ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นในการ์ด 1a (กองการ์ดเป้าหมายจะเป็นกองการ์ดที่เป็นเป้าหมายของฝ่ายปีศาจ ดังนั้นในตอนที่เล่นเกม ถ้าการ์ดกองที่ถูกเปิด ผู้เล่นก็จะค่อยๆแพ้เกมขึ้นเรื่อยๆ)
  • จากนั้นให้เซ็ตสำรับไพ่การ์ดการดำเนินการ (Act deck) ให้ทำอย่างเดียวกัน คือหาการ์ด Act ของ The Gathering และนำมาเรียงกัน ให้ 1a อยุ่บนสุด (กองการ์ดการดำเนินการเป็นกองการ์ดที่เป็นการกระทำของฝ่ายผู้เล่น ดังนั้นในตอนเล่นเกม ผู้เล่นจะต้องพยายามทำให้ได้เปิดการ์ดในกองนี้เพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ)
ตัวอย่างการ์ดการดำเนินการ (Act card) ใน Scenario แรก
ตัวอย่างการ์ดการดำเนินการ (Act card) ใน Scenario แรก
  • นำการ์ดสถานที่เริ่มต้นของ Scenario ตามที่กำหนดในคู่มือ Campaign guide มาเซ็ตอัพตามที่กำหนดในคู่มือ ในกรณีของ Scenario ตัวอย่างนี้ จะให้นำการ์ดห้องอ่านหนังสือ (Study room) มาวางบนพื้นที่เล่น ในการวางการ์ดสถานที่ ให้วางโดยเอาด้านที่มีกุญแจล็อกขึ้น จะเป็นด้านที่เรื่องราวหรือความลับของสถานที่นั้นยังไม่ได้ถูกค้นพบ ให้ผู้เล่น อ่านเรื่องราวที่อยู่บนการ์ดสถานที่ ที่นำมาวาง
ตัวอย่างค่าต่างๆบนการ์ดสถานที่ ด้านซ้ายจะเป็นค่าการซ้อนเร้น (Shroud) ซึ่งจะใช้ในตอนที่ผู้เล่นต้องการสืบหาเงื่อนงำในสถานที่นั้น และอีกค่าจะเป็นจำนวนเงื่อนงำในสถานที่ (Clue value) ซึ่งจกตัวอย่างในรูป จะมี 2 เงื่อนงำต่อผู้เล่นในเกม
ตัวอย่างค่าต่างๆบนการ์ดสถานที่ ด้านซ้ายจะเป็นค่าการปกปิด (Shroud) ซึ่งจะใช้ในตอนที่ผู้เล่นต้องการสืบหาเงื่อนงำในสถานที่นั้น และอีกค่าจะเป็นจำนวนเงื่อนงำในสถานที่ (Clue value) ซึ่งจกตัวอย่างในรูป จะมี 2 เงื่อนงำต่อผู้เล่นในเกม
  • การ์ดสถานที่อื่นๆที่อยู่ในชุด ซึ่งมีสัญลักษณ์ตรงกับที่กำหนดใน Campaign guide ให้วางไว้ข้างๆก่อน
  • นำการ์ดตัวละครใบเล็กของผู้เล่นแต่ละคนมาวางบนสถานที่เริ่มต้นตามที่กำหนดใน Campaign guide ซึ่งในกรณีของ Scenario นี้ Campaign guide จะกำหนดให้ ผู้เล่นจะต้องนำตัวละครของตนเองไปวางรวมกันที่ Study room – นำเอาการ์ดตัวละครใบเล็กไปวางไว้ที่ Study room, เมื่อใดก็ตามที่มีตัวละครไปยังสถานที่ ซึ่งยังไม่ได้ถูกเปิดเผยมาก่อน ให้ทำการเปิดเผยสถานที่ โดยการพลิกการ์ดสถานที่ไปที่ด้าน b.
  • เมื่อพลิกการ์ดสถานที่แล้ว ให้อ่านเรื่องราวบนการ์ด จากนั้นนำ เบี้ยเงื่อนงำ เท่ากับจำนวนที่กำหนดบนการ์ดมาวางบนการ์ด สำหรับใน Scenario ตัวอย่างนี้ ถ้าผู้เล่นผู้เล่นมีการเล่นกัน 2 คน จะต้องนำเบี้ยเงื่อนงำ 4 ชิ้นมาวาง เนื่องจากต้องใช้ 2 ชิ้นต่อ 1 ตัวละคร
  • ใน Campaign guide กำหนดให้ดึงการ์ด Ghoul Priest (card 116) และการ์ด Lita Chantler (card 117) ออกจากกองการ์ดเหตุการณ์ทีทำการแยกเอาไว้
  • นำการ์ดเหตุการณ์ที่เหลือไปสับแล้ววางไว้เป็นกอง
  • เมื่อเสร็จขึ้นตอนทั้งหมดนี้ ก็สามารถเริ่มเกมได้

หลักการเบื้องต้นในการเล่นเกม

  • เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นจะต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ที่สามารถเลือกทางใดก็ได้ อย่างเช่นถ้ามีการ์ดศัตรูเปิดมา แล้วการ์ดเขียนบอกว่าศัตรูตัวนี้จะเข้าหาตัวละครของผุ้เล่นที่อยู่ไกล้มากที่สุด แล้วมีตัวละครที่อยู่ไกล้เท่าๆกันสองตัว การที่ศัตรูตัวนี้จะไปหาใคร ให้ผู้เล่นที่ตกลงกันไว้ว่าจะรับบทบาทเป็นตัวละครหลัก เป็นผู้ตัดสินใจ
  • การ์ดในกองการ์ดการดำเนินการ (Act deck) จะเป็นกองการ์ดที่ผู้เล่นต้องการเปิด เพื่อให้เรื่องราวดำเนินไปในทางที่ดีกว่าสำหรับตัวผู้เล่น ซึ่งการจะเปิดการ์ดกองนี้ ก็จะทำได้โดยการที่ผู้เล่นจะต้องช่วยกันหาเบี้ยเงื่อนงำจากสถานที่ต่างๆมาให้ได้เท่ากับจำนวนที่กำหนดบนการ์ด
  • การ์ดในกองการ์ดเป้าหมาย (Agenda deck) เป็นกองการ์ดที่เป็นเหมือนการเคลื่อนไหวและเป้าหมายของฝ่ายชั่วร้าย ที่จะถูกเปิดโดยตัวเกมเองตามเหตุการณ์ที่เปลี่ยนเปลงไปเมื่อมีจำนวนเบี้ยหายนะวางครบตามจำนวนที่กำหนด ผู้เล่นจะต้องพยายามให้การ์ดในกองนี้ไม่ถูกเปิด
  • ในการเล่นเกม ถ้าการ์ดในกองของการ์ดดำเนินการ หรือการ์ดเป้าหมายก็ตาม ถูกเปิดมาจนถึงการ์ดซึ่งมีเครื่องหมาย “(→R#)” (# จะเป็นตัวเลข) แปลว่า Scenario นี้มาถึงตอนจบแล้ว ให้ผู้เล่นไปอ่านใน Campaign guide ตามหมายเลขที่กำหนด ว่าสถานการ์ดจบลงในแบบใด ส่วนถ้าในกรณีที่ผู้เล่นทั้งหมดตาย ก็ให้ไปอ่านใน Campaign guide เหมือนกัน โดยอ่านในย่อหน้าที่เขียนหัวข้อว่า if no resolution was reached ซึ่งจะเป็นบทสรุปกรณีที่ผู้เล่นตายหมด
  • ในกรณีที่การ์ดกำหนดให้ผู้เล่นทำการบางอย่างตามลำดับผู้เล่น “in player order” แปลว่าให้เริ่มจากผู้เล่นที่เป็นผู้เล่นหลัก แล้วต่อไปทางซ้ายมือของผู้เล่นหลักไปเรื่อยๆจนครบวง
  • การ์ดที่มีสัญลักษณ์ แปลว่า “ต่อผู้เล่น” อย่างเช่นบนการ์ดสถานที่ จะมีเครื่องหมายนี้กำหนดจำนวนเบี้ยเงื่อนงำที่จะต้องวางบนสถานที่นั้นเป็นจำนวนเท่าของผู้เล่น โดยมีตัวเลขและตามด้วยสัญลักษณ์นี้ เพื่อบอกว่าเป็นจำนวนกี่เบี้ยต่อผู้เล่นในเกม
  • การ์ดเมื่อเปิดมาจะวางในแนวตั้ง เป็นสถานะพร้อมทำงาน (Ready) บางการ์ดเมื่อทำความสามารถของการ์ดหรือทำการบางอย่างด้วยการ์ดนั้นไปแล้ว การ์ดจะเข้าสู่สภาวะพักเหนื่อย (Exhausted) และจะกลับมาใช้ความสามารถหรือทำกิจกรรมนั้นใหม่ได้ ต่อเมื่อการ์ดกลับมาเป็นสถานะพร้อมทำงาน (Ready) ใหม่แล้วเท่านั้น
การวางการ์ดในสถานะพร้อมทำงาน (Ready) และสถานะพักเหนื่อย (Exhausted)

การ์ดสถานที่

การ์ดสถานที่จะเป็นตัวแทนถึงสถานที่ต่างๆที่ตัวละครสามารถเดินทางไปได้ เพื่อที่จะสืบเสาะหาเงื่อนงำให้เพียงพอต่อการเปิดการ์ดการดำเนินการ (Act card) เพื่อเอาชนะเกมให้ได้ การ์ดสถานที่แต่ละใบจะมีสองหน้า เป็นด้านก่อนที่จะเปิดเผยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่นั้นบ้าง และอีกด้านหนึ่งคือเมื่อมีการเปิดเผยออกมาแล้ว การ์ดสถานที่ด้านที่เปิดเผยความลับของสถานที่ออกมาแล้วนั้นจะมีค่าสองอย่างที่สำคัญคือ ค่าการปกปิด (Shroud) และค่าจำนวนเงื่อนงำ (Clue) ในสถานที่แห่งนั้น การ์ดด้านที่ความลับยังไม่เปิดเผยจะมีเครื่องหมายกุญแจล็อกอยู่ด้านบนของการ์ด

ทันทีที่มีตัวละครตัวใดตัวหนึ่งไปอยู่ที่สถานที่แห่งนั้นเป็นครั้งแรก การ์ดสถานที่จะถูกพลิกไปทางด้านเปิดกุญแจ ซึ่งความลับของสถานที่นั้นจะเปิดเผยออกมา ให้ผู้เล่นนำเบี้ยเงื่อนงำตามจำนวนที่ระบุบนการ์ดไปวางไว้บนการ์ดสถานที่นั้น ถ้า Campaign guide ระบุให้นำตัวละครไปไว้ที่สถานที่แห่งนั้นตั้งแต่เริ่มเกม การ์ดสถานที่ก็อาจจะเปิดเลยตั้งแต่เริ่ม Scenario หรืออาจจะเปิดทั้งๆที่ไม่มีใครอยู่บนสถานที่นั้นก็ได้ ถ้า Campaign guide ระบุเอาไว้เช่นนั้น

การ์ดสถานที่จะมีสองด้าน ในตอนแรกให้วางโดยเอาด้านที่มีเครื่องหมายกุญแจล็อกขึ้นหน้า จากนั้นเมื่อพื้นที่ถูกเปิดเผยออกมา ก็ให้พลิกไปอีกด้าน แล้วนำเอาเบี้ยเงื่อนงำตามจำนวนที่ระบุบนการ์ดมาวางไว้

ความสามารถของตัวละคร และการทดสอบความสามารถ (Skills and Skill Tests)

ตัวละครแต่ละตัวจะมีความสามารถกำหนดบนการ์ดอยุ่ 4 ชนิดด้วยกันคือ ความมุ่งมั่น (willpower),
ความฉลาด (intellect), การต่อสู้(combat), และ ความว่องไว (agility) ในสถาณการณ์ต่างๆกัน การ์ดในเกมจะให้ผุ้เล่นต้องทดสอบความสามารถเที่ยบกับความสามารถแบบต่างๆของตัวละคร อย่างเช่น มีเหตุการ์ณที่มีมีอโผล่ออกมาจับตัวผู้เล่นเอาไว้ ให้ผู้เล่นต้องทดสอบความเร็วเที่ยบกับค่า 4 ถ้าผุ้เล่นสามารถทดสอบผ่าน ก็จะรอดจากการโดนจับไปได้

การทดสอบจะทำโดยจั่วเบี้ยชาโอสออกมาจากกองเบี้ยชาโอส ที่ผู้เล่นอาจจะเอาใส่ถุงหรือเอาไส้แก้วเอาไว้ เบี้ยชาโอสจะมีค่า + และ + เพื่อปรับค่าพื้นฐานของตัวละคร อย่างเช่นถ้าตัวละครมีค่าความเร็ว 3 และจั่วได้ +2 ก็จะได้ความเร็วเป็น 5 เพื่อเอามาเที่ยบกับค่าที่กำหนดให้ทดสอบ เป็นต้น

ก่อนที่จะทำการทดสอบความสามารถ ผู้เล่นสามารถใช้การ์ดที่มีอยู่ในมือกี่ใบก็ได้ วางลงช่วยเพื่อเพิ่มโอกาศที่จะสามารถชนะการทดสอบได้ การ์ดจะมีสัญลักณ์ของความสามารถต่างๆอยู่ทางซ้ายมือของตัวการ์ด ซึ่งถ้าทิ้งการ์ดที่มีสัญลักษณ์นี้ลงมา ก็จะได้รับการบวกความสามารถบนการ์ดที่ต้องการใช้เพิมกับความสามารถของตัวละคร ก่อนที่จะทำการจั่วเบี้ยชาโอสได้ นอกจากนั้นบางการ์ดจะเป็นเครื่องหมาย ? ซึ่งแปลว่าจะให้แทนความสามารถด้านใดก็ได้ ผู้เล่นคนอื่นที่ยืนอยู่พื้นที่เดียวกันกับผู้เล่นคนนั้นสามารถใช้การ์ดช่วยผู้เล่นได้ด้วย แต่ได้แค่ 1 ใบเท่านั้น

ตัวอย่างสัญลักษณ์บนการ์ดซึ่งผู้เล่นที่ต้องทดสอบความสามารถ ใช้การ์ดเพื่อเพิ่มโอกาศที่จะชนะได้ อย่างเช่นการ์ดในรูป จะเพิ่มความรู้ให้ 2 หน่วยถ้าใช้ก่อนการทดสอบ
ตัวอย่างสัญลักษณ์บนการ์ดซึ่งผู้เล่นที่ต้องทดสอบความสามารถ ใช้การ์ดเพื่อเพิ่มโอกาศที่จะชนะได้ อย่างเช่นการ์ดในรูป จะเพิ่มความรู้ให้ 2 หน่วยถ้าใช้ก่อนการทดสอบ

นอกเหนือไปจากการปรับตัวเลขค่าความสามารถแล้ว เบี้ยชาโอสจะมีสัญลักษณ์พิเศษอีก 6 ชนิดซึ่งจะแปรผันไปตามแต่ตัวละครหรือ Scenario ด้วยตามรายการด้านล่าง

  1. สัญลักษณ์ที่ส่งผลขึ้นกับ Scenario จะมีอยุ่ 4 สัญลักษณ์ตามรูปคือ ซึ่งแต่ละสัญลักษณ์จะส่งผลอย่างไรบ้าง ผู้เล่นจะต้องดูจากการ์ดอ้างอิงประจำ Scenario ที่เล่น ซึ่งให้ผลแตกต่างกันไป
  2. สัญลักษณ์ที่ส่งผลแตกต่างกันไปตามตัวละคร ตามรูป ซึ่งกรณีที่ผู้เล่นหยิบได้โทเคนที่มีสัญลักษณ์นี้ ให้ดูคำอธิบายของผลจากการ์ดตัวละครที่ผู้เล่นใช้
  3. สัญลักษณ์หายนะ จะมีลักษณ์ตามรูป ซึ่งถ้าผู้เล่นหยิบได้สัญลักษณ์นี้ จะถือว่าแพ้การทดสอบความสามารถครั้งนั้นทันที

ในการทดสอบความสามารถ ถ้าผลที่ได้ออกมาแล้วผู้เล่นได้แต้มเท่ากันหรือมากกว่าค่าที่กำหนดให้ทำการทดสอบ ก็จะถือว่าสามารถผ่านการทดสอบนั้นได้ แต่ถ้าได้ค่าน้อยกว่า ก็จะถือว่าตก จากนั้นเมื่อรู้ว่าการทดสอบผลออกมาผ่านหรือตก ก็ให้ผู้เล่นทำตามการ์ดว่าเมื่อผลออกมาตามนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ในบางกรณีที่ผู้เล่นใช้การ์ดช่วยเหลือในการทดสอบความสามารถ และการ์ดนั้นส่งผลพิเสษบางอย่างเมื่อทดสอบแล้วผ่าน (หรือไม่ผ่านก็ตาม) ก็ให้ผู้เล่นทำตามผลที่กำหนดในการ์ด จากนั้นนำการ์ดทั้งหมดที่ใช้ทิ้งลงกองทิ้ง (การ์ดของใครก็ทิ้งลงกองทิ้งของคนนั้น) และเอาเบี้ยชาโอสที่ใช้ ใส่คืนถุง

การ์ดจุดอ่อน (Weakness card)

การ์ดจุดอ่อนจะเป็นการ์ดที่มีคำว่า Weakness หรือคำว่า Basic Weakness ซึ่งจะรวมอยู่ด้วยกันในกองจั่วของตัวละครแต่ละตัว การ์ดจุดอ่อนจะเป็นการ์ดที่สร้างอุปสรรค์ที่ค่อนข้างรุนแรงให้กับผู้เล่น เมื่อใดก็ตามที่ผู้เล่นโชคร้ายจั่วได้การ์ดจุดอ่อนออกจากกองจะต้องทำตามที่การ์ดกำหนดทันที

วิธีการเล่นเกม Arkham Horror LCG

หลังจากที่เซ็ตอัพเกมและทำความเข้าใจกับกติกาเบื้องต้นของเกมเรียบร้อยแล้ว ผู้เล่นก็จะสามารถเริ่มเกมได้ การเล่นในแต่ละรอบจะแบ่งออกเป็น 4 เฟสคือ

  1. เฟสไมทอส (Mythos phase) (ข้ามเฟสนี้ในครั้งแรกที่เริ่มเล่น Scenario)
  2. เฟสการสืบสวน (Investigation phase)
  3. เฟสของศัตรู (Enemy phase)
  4. เฟสอัพคีป หรือเฟสการบำรุงรักษา (Upkeep phase)

ในการเล่นเมื่อเริ่ม Scenario ใหม่ จะข้ามเฟสไมทอสไป และเข้าสู้เฟสการสืบสวนเลย

เฟสการสืบสวน

เริ่มต้นโดยการให้ผู้เล่นทั้งหมดตกลงกันว่าจะให้ตัวละครตัวใดเล่นเป็นคนแรก หลังจากที่เล่นตัวละครตัวนั้นเสร็จ ก็ตกลงกันต่อว่าจะให้ตัวละครตัวไหนเล่นถัดไป ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าตัวละครจะถูกเล่นครบทุกตัว ในการเล่นตัวละคร จะสามารถทำแอ็กชั่นได้ตัวละครละ 3 แอ็กชั่น ซึ่งผู้เล่นอาจจะให้ตัวละครใช้แต่ละแอ็กชั่นทำสิ่งต่างๆต่อไปนี้ได้

  • จั่วการ์ดจากกองจั่วของตนเอง 1 ใบ
  • เก็บเบี้ยทรัพยากร 1 ชิ้นจากกองกลาง
  • ใช้เพื่อทำ action trigger (จะมีเครื่องหมาย ) บนการ์ดในมือ, บนการ์ดศัตรู, บนการ์ด Act หรือการ์ด Agenda
  • ล่อศัตรู (Engage) ตัวละครสามารถใช้แอ็กชั่นนี้ในการดึงการ์ดศัตรู 1 ใบมาไว้ที่ตนเอง (นำมาวางไว้บนพื้นที่ด้านหน้าการ์ดตัวละครของตนเอง)
  • สำรวจสถานที่ซึ่งตัวละครยืนอยู่ ผู้เล่นจะต้องหยิบเบี้ยชาโอส แล้วนำค่าความรู้ของตัวละครที่ได้เทียบกับค่าปกปิดของพื้นที่นั้น ถ้าผ่านการทดสอบ ก็จะได้เบี้ยเงื่อนงำจากพื้นที่นั้นมา 1 ชิ้น
  • เดินตัวละครไปยังสถานที่ถัดไป
  • เล่นการ์ด ซึ่งอาจจะเป็นการ์ดสินทรัพย์ (Asset) หรือการ์ดเหตุการ์ณ (Event) ในถืออยู่ในมือ
  • พยายามหนี (Evade) ศัตรูที่กำลังตามล่า
  • พยายามสู้ (Fight) ศัตรูที่ตำแหน่งที่ตัวละครยืนอยู่

ในกรณีที่ถ้าตัวละครของผู้เล่นกำลังปะทะ (Engaged) อยู่กับศัตรูที่เป็นสถานะพร้อมทำงาน (Ready) แล้วผู้เล่นให้ตัวละครทำแอ็กชั่นนอกเหนือไปจากการ พยายามหนี (Evade), พยายามสู้ (Fight) หรือใช้การ์ดที่มีคำว่า Parley หรือ Resign ปรากฏอยู่บนการ์ด – จะทำให้ศัตรูที่ปะทะอยู่นั้น โจมตีตัวละคนของผู้เล่นคนนั้นทันที ซึ่งจะเรียกว่า Attack of opportunity

ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องใช้แอ็กชั่นให้หมด แต่แอ็กชั่นที่เหลือจะไม่สามารถเก็บไว้ใช้รอบหน้าได้ ถ้าไม่ใช้ก็จะหมดไป หลังจากที่ผู้เล่นใช้แอ็กชั่นจนครบ 3 แอ็กชั่น หรือจนเป็นที่พอใจแล้ว ให้พลิกการ์ดตัวละครตัวนั้นให้เป็นด้านขาวดำ เพื่อระบุว่าตัวละครตัวนั้นจบรอบการเล่นแล้ว ก็ให้เล่นตัวละครถัดไปได้ ทำเช่นนี้จนกระทั่งเล่นตัวละครครบทุกตัว ก็จะจบเฟส แล้วเตรียมขึ้นเฟสถัดไป

ผู้เล่นสามารถที่จะเปิดการ์ด Act ได้ โดยการจ่ายเบี้ยเงื่อนงำให้ครบตามจำนวนที่กำหนดบนการ์ด การจ่ายเงื่อนงำและเปิดการ์ด Act จะไม่ถือว่าเป็นแอ็กชั่น และทำได้ตลอดเวลาระหว่างช่วงเฟสการสืบสวน เมื่อจ่ายแล้ว ให้พลิกการ์ดมาอ่านด้านหลัง ทำงานที่การ์ดกำหนด จากนั้นนำการออกจากเกมเบี้ยเงื่อนงำที่เหลืออยู่ในมือของผู้เล่นแต่ละคนให้คงไว้ต่อไป

พยายามหนี (Evade)

ผู้เล่นจะสามารถใช้แอ็กชั่นนี้ในการที่จะพยายามหนีจากศัตรูที่ติดตามตัวอยุ่ ในการทำแอ็กชั่น จะต้องทำการทดสอบด้วยความสามารถด้านความว่องไวของตัวละคร

การทดสอบความว่องไวของตัวละครเพื่อพยายามหลบหนีจากศัตรู

ในการทดสอบให้ผู้เล่นหยิบเบี้ยสุ่มออกมาจากถุงเบี้ยชาโอส แล้วนำค่าความว่องไวที่ได้เทียบกับศัตรูที่ต้องการหลบหนี ถ้าผู้เล่นหลบหนีสำเร็จ ให้นำการ์ดศัตรูตัวนั้นออกไปจากพื้นที่ข้างการ์ดตัวละครของผู้เล่น ไปวางด้านนอน (เป็นสถานะพักเหนื่อย) ไว้ที่สถานที่ซึ่งผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่ ในกรณีที่ถ้าการทดสอบความเร็วไม่ผ่าน ก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น

การไปยังสถานที่อื่น (Move)

ผู้เล่นสามารถใช้แอ็กชั่นในการย้ายที่เพื่อเดินทางไปยังสถานที่อื่นจากจุดที่ยืนอยู่ได้ โดยสถานที่ที่สามารถไปได้จะต้องมีเครื่องหมายเส้นทางต่อกันตามรูปด้านล่าง เมื่อผุ้เล่นเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ถ้าสถานที่นั้นยังไม่ได้เปิดเผยความลับให้พลิกการ์ดสถานที่เป็นด้านที่เปิดเผยความลับของสถานที่นั้นออกมา อ่านเนื้อหาและทำตามทีการ์ดระบุ รวมทั้งวางเบี้ยเงื่อนงำตามที่กำหนดไว้บนการ์ดด้วย

การเดินทางไปยังสถานที่ ที่อยุ่ต่อเชื่อมกัน

การเล่นการ์ด (Play)

ผู้เล่นสามารถที่จะเลือกเล่นการ์ดสินทรัพย์ (Asset) หรือการ์ดเหตุการณ์ (Event) ที่ถืออยู่ในมือ การเล่นการ์ดทำได้โดยการจ่ายเบี้ยทรัพยากร ตามจำนวนที่กำหนดอยู่ที่มุมบนซ้ายของการ์ด

การใช้การ์ดสินทรัพย์หรือการ์ดเหตุการณ์จะต้องจ่ายเบี้ยทรัพยากรเท่ากับที่กำหนดมุมบนซ้ายของการ์ด

กรณีที่เป็นการ์ดเหตุการณ์ เมื่อจ่ายเบี้ยทรัพยากรเรียบร้อยแล้ว ต้องใช้ความสามารถของกาณ์ดตามที่กำหนดไว้โดยทันที จากนั้นให้นำกาณ์ดทิ้งลงกองทิ้งของผู้เล่น

กรณีเป็นการ์ดสินทรัพย์ ให้นำไปวางไว้ข้างการ์ดตัวละคร และจะคงอยู่ต่อไปจนกว่าความสามารถจะหมด (ตามที่กำหนดในการ์ด) หรือถูกทำลายไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม

การ์ดที่เขียนว่าเป็นชนิด Skill card จะเล่นแบบนี้ไม่ได้ จะเอาไว้ใช้เมื่อเกิดการทดสอบความสามารถเท่านั้น

นอกจากนั้นการ์ดสินทรัพย์จะสามารถเปิดมาใช้ได้ต่อเมื่อตรงตามเงื่อนไขต่อไปนี้เท่านั้น

  • การ์ดผู้ช่วย (Ally) สามารถใช้ในขณะใดขณะหนึ่งได้แค่ 1 ใบ
  • การ์ดสิงของที่ติดกับร่างกายส่วนต่างๆ จะเปิดใช้ได้คือ ที่ลำตัว (ฺBody) 1 ใบ, เครื่องประดับ (Accessory) 1 ใบ, แขน (Hand) 2 ใบ และการ์ดอาเคน (Arcane) ที่ถือได้อีก 2 ใบ
ชนิดของการ์ดสินทรัพย์แบบต่างๆ

ถ้าผู้เล่นต้องการใส่กาณ์ดสินทรัพย์ใบใหม่มากกว่าจำนวนที่กำหนด จะต้องทิ้งการ์ดใบเก่าไป

การต่อสู้ (Fight)

ผู้เล่นสามารถเลือกใช้แอ็กชั่นที่จะต่อสู้กับศัตรูได้ ถ้ามีศัตรูอยู่ในสถานที่เดียวกันกับตัวละครที่ผู้เล่นใช้ ในการต่อสู้จะต้องทำการทดสอบความสามารถด้วยค่าความสามารถในการต่อสู้

ในการต่อสู้ ตัวละครของผู้เล่นจะต้องทดสอบความสามารถทางด้านการต่อสู้เทียบกับค่าการต่อสู้ของศัตรู ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งตามรูป (ทางซ้าย) ส่วนค่าตรงกลางจะเป็นค่าพลังชีวิตของศัตรูตัวนั้น

ในการต่อสู้ ถ้าหากว่าผู้เล่นสามารถผ่านการทดสอบได้ ผู้เล่นจะโจมตีศัตรูด้วยพลังโจมตี 1 เพื่อลดค่าพลังชีวิตของศัตรูตัวนั้นลง 1 ในบางครั้งถ้าผู้เล่นมีการ์ดสินทรัพย์ติดตัวอยู่ อย่างเช่นมีปืน หรือมีหนังสือเวทย์มนต์ ก็จะสามารถทำความเสียหายได้มากขึ้น ถ้าการโจมตียังไม่สามารถได้ค่าเท่ากับเลือกที่เหลืออยู่ของศัตรู ก็ให้เอาเบี้ยเสียเลือดไปวางไว้บนการ์ดศัตรูตัวนั้น แต่ถ้าสามารถโจมตีได้เท่ากับค่าพลังชีวิตของศัตรูที่เหลืออยู่ ศัตรูตัวนั้นก็จะตายไป ให้ผู้เล่นเก็บการ์ดทิ้งลงกองทิ้งของการ์ดเหตุการณ์ แต่ถ้าหากว่าการ์ดมีค่า Victory point (จะอยู่ด้านล่างของการ์ด) ให้เก็บกาณืดรวมไว้กองทิ้งการ์ดที่มี Victory point แยกเอาไว้ต่างหาก

ในกรณีที่ถ้าผลการทดสอบความสามารถพบว่าไม่ผ่าน ผู้เล่นก็จะเสียแอ็กชั่นนั้นไปโดยไม่เกิดอะไรขึ้น ยกเว้นแต่เพียงว่า ถ้าศัตรูตัวที่โจมตีนั้น กำลังปะทะกับผู้เล่นคนอื่นอยู่แล้วผู้เล่นเข้าไปโจมตี แต่ว่าไม่ผ่านการทดสอบ ผู้เล่นที่โจมตีจะกลายเป็นโจมตีผู้เล่นคนนั้นแทน และู้ผู้เล่นคนนั้นต้องเสียพลังชีวิตเท่ากับพลังโจมตีของผู้เล่นที่เข้าไปโจมตีศัตรูตัวนั้น

เฟสศัตรู (The Enemy Phase)

ในเฟสของศัตรู ศัตรูทั้งหมดจะพยายามที่จะเข้ามาหาตัวละครต่างๆของผู้เล่น และโจมตีถ้าทำได้ เฟสนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการ์ดศีตรูรูปแบบต่างๆอยู่ในพื้นที่เล่น ในกรณีที่ไม่มีศัตรูอยู่เลย ให้ผู้เล่นข้ามไปยังเฟสการบำรุงรักษาได้เลย ส่วนในกรณีที่มีการ์ดศัตรูอยู่ในพื้นที่การเล่น ให้ผู้เล่นดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ศัตรูที่เป็นชนิดนักล่า (Hunter) จะเคลื่อนไหวก่อน ในขั้นตอนนี้ การ์ดศัตรูชนิดนักล่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะพร้อม (Ready) หรือสถานะพักเหนื่อย (Exhaust) ก็ตาม จะเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ ที่เชื่อมต่ออยู่ที่ไกล้ที่สุด ที่มีตัวละครของผุ้เล่นอยู่ ส่วนกรณีถ้ามีตัวละครของผู้เล่นอยู่ในสถานที่เดียวกันกับการ์ดศัตรูตัวนั้นอยู่แล้ว และการ์ดศัตรูอยู่ในสถานะพร้อม ศัตรูตัวนั้นจะเข้าปะทะกับตัวละครนั้นของผู้เล่นทันที (นำการ์ดศัตรูใบนั้นไปวางข้างการ์ดตัวละคร) ส่วนถ้าการ์ดศัตรูอยู่ในสถานะพักเหนื่อย จะเคลื่อนไหวไปหาผู้เล่นตามข้างต้น แต่จะไม่เข้าปะทะ
  2. โจมตี (Enemy attack) ศัตรูทุกตัวที่ปะทะ (Engage) อยู่กับตัวละครใดๆของผู้เล่น จะทำการโจมตีตัวละครที่ปะทะอยู่ การโจมตีจะเกิดขึ้นแบบ in player order คือเริ่มจากตัวละครที่เป็นตัวละครหลัก จากนั้นต่อไปทางซ้ายมือเรื่อยๆ เมื่อศัตรูโจมตี ให้วางเบี้ยเสียเลือดและเบี้ยเสียสติตามจำนวนที่กำหนดบนการ์ดของศัตรูบนการ์ดตัวละครที่ถูกโจมตีตัวนั้น (จะเป็นสัญลักษณ์อยู่ด้านล่างของการ์ด) ตามรูปด้านล่าง หลังจากที่ทำการโจมตีแล้วให้พลิกการ์ดศัตรูเป็นแนวนอน ให้ศัตรูตัวนั้นกลายเป็นสถานะพักเหนื่อย (Exhaust) เพื่อบอกว่าศัตรูโจมตีไปแล้ว
ตัวอย่างการดูการโจมตีเป็นจำนวนเบี้ยเสียเลือดและเบี้ยเสียสติ ที่อยู่บนฟการ์ดของศัตรูแต่ละตัว
ตัวอย่างการดูการโจมตีเป็นจำนวนเบี้ยเสียเลือดและเบี้ยเสียสติ ที่อยู่บนฟการ์ดของศัตรูแต่ละตัว

ถ้าหลังจากการโจมตีของศัตรูแต่ละตัว พบว่าค่าเบี้ยเสียเลือดเกินหรือเท่ากับพลังชีวิตของตัวละครตัวนั้น หรือเบี้ยเสียสติเกินหรือเท่ากับพลังใจของตัวละคร ตัวละครตัวนั้นจะถูกกำจัดออกจากเกม

การ์ดศัตรูที่เข้าปะทะกับผู้เล่น (ถูกนำไปวางไว้ข้างการ์ดตัวละคร) จะถือว่ากำลังตามตัวละครตัวนั้นอยุ่ ดังนั้นไม่ว่าตัวละครจะเดินไปไหน การ์ดศัตรูตัวนั้นก็จะถือว่าตามไปด้วยตลอด

การ์ดศัตรูจะเข้าปะทะกับผู้เล่นที่อยู่ที่สถานที่นั้นทันที ถ้า

  • การ์ดเกิดขึ้นบนพื้นที่ซึ่งมีผู้เล่นอยู่
  • การ์ดเคลื่อนที่ไปยังสถานที่เเดียวกับตัวละคร และการ์ดนั้นอยู่ในสถานะพร้อม
  • ผู้เล่นเดินไปยังสถานที่ซึ่งมีศัตรูในสถานะพร้อมอยู่
  • ศัตรูที่อยู่ในสถานะพักเหนื่อยกลับมามีสถานะพร้อมบนสถานที่เดียวกันกับตัวละครของผู้เล่น

เฟสการบำรุงรักษา (Upkeep phase)

หลังจากเฟสศัตรู ก็จะเข้าสู่เฟสการบำรุงรักษา ในเฟสนี้ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. พลิกการ์ดตัวละครทุกตัวจากด้านขาวดำกลับมาเป็นด้านสี
  2. การ์ดทุกใบที่อยู่ในสถานะพักเหนื่อย (Exhaust) กลับมาอยู่ในสถานะพร้อม (Ready)
  3. การ์ดศัตรูที่กลับมาพร้อม และอยู่ในสถานที่เดียวกันกับตัวละครผู้เล่น จะเข้าปะทะทันที
  4. ตัวละครทุกตัวจั่วการ์ดเพิ่ม 1 ใบ และรับ 1 เบี้ยทรัพยากร
  5. ผู้เล่นคนที่มีการ์ดในมือเกิน 8 ใบ ต้องทิ้งการ์ดลงให้เหลือแค่ 8 ใบ (ใช้การ์ดไม่ได้ ต้องทิ้ง)

เฟสไมทอส (Mythos phase)

ในเฟสไมทอส ความชั่วร้ายจะดำเนินแผนการของมันต่อ นอกจากนั้นผู้เล่นจะต้องเปิดการ์ดเหตุการณ์ด้วย ให้ดำเนินตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. วางเบี้ยหายนะ (Doom token) บนกองการ์ดเป้าหมาย (Agenda card)
  2. ถ้าเบี้ยหายนะครบตามจำนวนที่กำหนดบนการ์ดเป้าหมาย ให้พลิกการ์ดเป้าหมายแล้วอ่านเรื่องราวบนการ์ด จากนั้นทำตามที่การ์ดกำหนด เบี้ยหายนะให้ทิ้งคืนกอง
  3. ผู้เล่นเริ่มจากตัวละครหลัก เปิดการ์ดเหตุการณ์คนละ 1 ใบ ต่อๆกันไป “in player order” การ์ดที่เปิดออกมาจะมี 2 ชนิดคือ
    1. การ์ดชนิด Treachery – การ์ดชนิดนี้ เมื่อทำตามที่กำหนดในการ์ดแล้ว ก็จะทิ้งการ์ดลงกองทิ้งไป
    2. การ์ดชนิด Enemy – เมื่อเปิดขึ้นมาจะเข้าปะทะกับตัวละครของผู้ที่เปิดขึ้นมาได้ทันที นอกจากว่าการ์ดใบนั้นจะมีกำหนดสถานที่เกิดด้วยคำว่า Spawn ในกรณีนี้ให้การ์ดศัตรูไปเกิดที่ตำแหน่งที่กำหนดไว้ และถ้ามีตัวละครผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งนั้น จึงเข้าปะทะกับตัวละครนั้นแทน
ตัวอย่างของการที่การ์ดเป้าหมายมีเบี้ยหายนะครบจำนวน
ตัวอย่างของการที่การ์ดเป้าหมายมีเบี้ยหายนะครบจำนวน

การจบเกม

เกมจะเล่นใน 4 เฟส วนไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบลงที่การเปิดการ์ดเป้าหมาย (Agenda) หรือ การ์ดการดำเนินการ (Act) ใบสุดท้าย หรือเป็นในกรณีที่ตัวละครทุกตัวตายหมดก็ตาม ให้ผู้เล่นดูจาก Campaign guide เพื่ออ่านเรื่องราวต่อไปว่าการจบในแบบต่างๆนั้นจะนำไปสู่เรื่องราวอย่างไร

สรุปรีวิวบอร์ดเกม อาร์คแฮมเฮอเรอร์(Arkham Horror LCG)

บอร์ดเกม Arkham Horror LCG สรุปผมให้คะแนนรีวิวเกรด C+ ซึ่งตามความเห็นผม จัดว่าเป็น บอร์ดเกม ทีผมว่าไม่ค่อยเวิร์กครับ สำหรับผมคงไม่ปลื่มนัก แต่ถ้าคนที่ชอบแนวเกม แนะนำให้ลองหามาเลองล่นดูก่อนก็ดีครับ
RSS
Follow by Email
Facebook
Facebook
Google+
http://konglend.com/card-game/arkham-horror-lcg">

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Inline
Inline